KNOCK! KNOCK!…Who are you??

posted on 15 Jun 2012 21:57 by bapenji in Fiction directory Fiction, Asian
Title : KNOCK! KNOCK!…Who are you??
Author : a.e.i___owl___u
Pairing : Chanyeol x Baekhyun
Category : AU – Romantic, Comedy
Rate : PG-15
Note : มีคำหยาบคายตามประสานักเลง(?), พยายามให้ตลกนะคะ ถ้าไม่ตลกก็แปลว่าดราม่าแทน ฟิคไม่ดราม่าแต่ไรเตอร์ดราม่าอะค่ะ 55555
, ถ้ามีตรงไหนผิดช่วยรบกวนแจ้งมาด้วยนะคะ คือขี้เกียจนั่งตรวจ ขี้เกียจอ่านทวนแล้ว เบื่อมาก (ห๊ะ?) และขออภัยอย่างสูงค่ะ
ถ้าเป็นไปได้อยากให้อ่านแบบที่รอบข้างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ (คำขอประหลาด 55555)











“แฮ่ก แฮ่ก”



แม้จะเหนื่อยหอบ ขาล้าขนาดไหนก็ต้องวิ่งต่อไป เพราะเสียงฝีเท้านับสิบยังคงตามมาอย่างไม่ลดละ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่บนตัวของร่างสูงเลอะเทอะเต็มไปด้วยรอยรองเท้าหลากไซส์ และฝุ่นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไปทำอะไรมา



ร่างสูงยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้ทิศ วิ่งหนีตีนอย่างนี้คงไม่ต้องรู้หรอกว่าจุดหมายเป็นที่ไหน รู้อย่างเดียวคือ ‘กูต้องวิ่ง’ ขออย่างเดียวอย่าให้มันเป็นทางตันก็แล้วกัน



ไม่คิดว่าวันนี้พวกมันจะพาพวกมากันซะขนาดนี้ ขอพักสักวันก็ไม่ได้ เมื่อวานก็เพิ่งไปตีกับแก๊งอื่นมา วันนี้ก็ออกมากะจะซื้อโจ๊กกินซะหน่อย ยังไม่ทันได้ซื้อก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายเสียงดังและกว่าสิบฝ่าตีนก็ลง มาอยู่ที่ตัวเขาและจากนั้นก็ทำตัวเป็นนักวิ่งมาราธอนจนถึงตอนนี้เนี่ยแหละ



ชานยอลก็ยังเสมอต้นเสมอปลายวิ่งหน้าตั้งมาเรื่อยๆ เหนื่อยแทบขาดใจ หันกลับไปมองข้างหลังดูเผื่อว่าพวกมันจะเหนื่อยเหมือนเขาบ้างแล้วไปนั่งพัก แต่พวกมันก็ยังถือไม้วิ่งไล่ล่ามาเหมือนเดิม แหม~ มีกำลังใจในการวิ่งขึ้นเยอะเลย ก็ปาร์คชานยอลไม่มีไม้นี่นา ตัวเปล่าปลิวลมมาเลย ต้องขอบคุณพวกมันรึเปล่านะ? ที่ทำให้ยังซื้อโจ๊กไม่เสร็จเนี่ย ไม่งั้นคงต้องหิ้วถุงโจ๊กวิ่งมาด้วย



‘กูเหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว’ พูดในใจคำนี้เป็นครั้งที่ 48 ของวันได้ตั้งแต่วิ่งมา อยากพักจะแย่แต่ขามันก็ยังต้องวิ่ง รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายก่อนจะวิ่งเข้าซอยซอกแซกไปมาเพื่อพยายามหาที่ซ่อน อย่าถามปาร์คชานยอลว่าอยู่ไหน เพราะมันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่การที่หนีเลี้ยวเข้ามาในซอยเนี่ยก็ได้ผลนิดนึงตรงที่ว่าเสียงฝีเท้าที่ ไล่ตามมาตลอดมันไกลขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยก็ถ่วงเวลาได้ล่ะวะ



ประตูที่เรียงกันเป็นสิบทำให้เดาได้ไม่ยากว่านี่ก็คงจะเป็นดงหอพักราคาถูกที่ตั้ง อยู่หน้ามหา’ลัย ระบบความปลอดภัยก็ถือว่าดีเยี่ยม! ไม่มียามหรือหมาสักตัว วิจารณ์อยู่ในใจเงียบๆก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่เริ่มเข้ามาใกล้หันกลับไป ยังไม่เห็นใครหรอก ปาร์คชานยอลต้องขอโกยไว้ก่อนในดงหอพัก ก่อนจะเห็นประตูห้องพักข้างหน้าไม่ใกล้ไม่ไกลมากกำลังถูกเปิดออกมาน้อยๆ ร่างสูงรวบรวมกำลังอีกสองเฮือกสุดท้าย(?)รีบวิ่งไปหาประตูบานนั้นและแทรกตัว เองเข้าห้องแล้วล็อกทันที!





KNOCK! KNOCK!…Who are you??






นักศึกษาที่มาหาหอพักช้าเกินไปเนี่ย...มันน่าสงสารจริงๆเลย เดินหาหอพักตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็พูดอยู่คำเดียว ‘เต็มแล้ว’ ทั้งๆที่บางหอราคาก็โคตรจะแพง แต่พวกมึงก็ยังจองกันจนเต็มอีก รวยมากนักใช่มั้ยย!! .....พยอนแพคฮยอนพาลครับ ผมเหนื่อย เดินขาลากมาทั้งวันแล้วก็ไม่เจอหอไหนว่างสักที อันที่ถูกใจดันจองกันเต็มซะหมด อันที่ห้องพักอย่างกับบ้านผีสิงนี่ก็เหลือบาน แล้วอย่างงี้พยอนแพคฮยอนจะทำยังไง!! โถ่! ไม่น่ามาเรียนมหา’ลัยไกลบ้านเลย T__T



แต่สุดท้ายแล้วโชคก็เข้าข้างผมครับ มีหอหน้ามหาวิทยาลัยว่างอยู่ห้องนึง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีอะไรมากมายแต่มันก็ไม่แย่ไปกว่าบ้านผีสิงที่ไฟทาง เดินติดๆดับๆ และประตูห้องที่ขึ้นรา ราคาก็พอไหวผมเลยรีบจองห้องนี้อย่างไม่รีรอ ก่อนที่มหา’ลัยจะเปิด และผมจะไม่มีที่ซุกหัวนอน



เวลาผ่านไปประมาณสองเดือนตั้งแต่ ที่ผมจองห้องทุกอย่างก็เรียบร้อยดีครับ ปกติสุข ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว ไปเรียน กลับหอ กินข้าว อาบน้ำ นอน ไม่มีขโมย ไฟติดดี เน็ตแรง น้ำไหลด้วย จนกระทั่งวันนี้ น้ำไฟก็เหมือนเดิมแหละ เน็ตก็ไม่ตัด ของก็ไม่หายด้วย แต่ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องกำลังจะไปเรียน อยู่ๆประตูก็โดนกระชากออกมาจากด้านนอกแล้วไอ้โย่งที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาใน ห้องของผมแล้ว......ล็อก!!



“เฮ้ยย!!” ผมร้องเสียงดังลั่น ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า พยายามเหลือกตาโตให้มากที่สุดเท่าที่ตาเล็กๆของผมจะทำได้ ถึงทำแล้วจะสู้คยองซูไม่ได้ก็เหอะ แต่สถานการณ์นี้จิตใต้สำนึกของผมบอกว่ามันต้องทำ คือมันตกใจน่ะ เฮ้ยย! มึงเป็นใคร? เข้าห้องกูทำไม? ล็อกทำไม? ที่สำคัญ! ทำไมไม่ถอดรองเท้า!! บ้าเอ๊ย! ที่นี่ไม่มีแม่บ้านนะโว้ยย!!



ทันทีที่เสียงร้อง ของคนตัวเล็กในห้องดังขึ้น ปาร์คชานยอลก็รีบคว้าตัวเข้ามาปิดปากทันที เจ้าของห้องพอโดนคนแปลกหน้าใครที่ไหนไม่รู้จับปิดปากแล้วก็ดิ้นพราดๆทันที แม่จ๋า~ ช่วยด้วย! พยอนแพคฮยอนกำลังจะโดนข่มขืนใช่มั้ย? TT แต่แพคฮยอนใช้ชีวิตโดยถือคติ ‘ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไป’ ก็เลยเค้นพลังลมปราณมหาศาลดิ้นเต้นแร้งเต้นกาให้พ้นจากร่างเปียกๆของไอ้โย่ง นี่ ยี๋~ ผมเพิ่งอาบน้ำมานะ! ไอ้บ้านี่ตัวเหนียวเหนอะหนะ เหงื่อเต็มไปหมด เหม็นไม่เหม็นไม่รู้ล่ะรู้แต่ตัวมันเปียกเหงื่อ ต้องเหม็นแน่ๆ! เดี๋ยวๆ ขอกลั้นหายใจก่อน



คนตัวเล็กยังคงดิ้นไม่หยุดไม่หย่อนเพื่อ ให้พ้นจากอ้อมกอด จนชานยอลชักจะรำคาญ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน แถมยังต้องวิ่งตั้งแต่ออกมาจากบ้าน แล้วไอ้เจ้าของห้องนี้มันก็ฤทธิ์เยอะเกินไปพยายามจะแหกปากอยู่ได้ แต่เพราะมือใหญ่ปิดปากอยู่เลยมีแต่เสียงหงิงๆเหมือนหมาเล็ดลอดออกมาแทน พลังงานจะไม่เหลืออยู่แล้ว



“เงียบซะที” ทนความน่ารำคาญของเจ้าของห้องไม่ไหวเลยต้องพูดออกไปพร้อมกับหน้าตาที่บ่งบอก ถึงความโคตรรำคาญ แล้วทันใดนั้นเจ้าของห้องก็เงียบและหยุดดิ้นทันที ถ้ารู้ว่าพูดแล้วจะหยุดดิ้นง่ายอย่างนี้ รู้งี้พูดไปนานแล้ว



คงจะเป็นเพราะเสียงที่โคตรจะเบสและหน้าตาที่ดูเหมือนผ่านศึกอย่างหนักด้วยล่ะมั้ง มันเลยดูโคตรโหดสำหรับแพคฮยอนกลัวว่าถ้าดิ้นอีกนิดไอ้คนตัวโตตรงหน้าอาจจะ ซ้อมเขาจนช้ำในตายก็เป็นได้ ก็เลยยืนตัวตรงแหน่วเม้มปากแน่นและยังคงกลั้นหายใจอยู่....ก็...กลัวตัวมัน เหม็นนี่นา แต่ก็แอบเผยอปากนิดนึงเพื่อเอาออกซิเจนเข้าไปล่ะนะแต่เสือกติดที่มือไอ้โย่ง นี่อีก ไอ้ห่า! ชีวิตกู



“ไอ้เหี้ยนั่นมันหายไปไหนแล้ววะ?! เมื่อกี้ยังเห็นมันแวบๆ”



“กูว่ามันอยู่แถวๆนี้แหละ เมื่อกี้เหมือนกูได้ยินเสียงเหี้ยอะไรสักอย่างแถวๆนี้”



เสียงจากข้างนอกลอดเข้ามา แพคฮยอนมองคนตัวสูงข้างหน้าคิดว่าต้องเป็น ‘ไอ้เหี้ยนั่น’ ที่พวกนั้นว่าแน่ๆเลย หรือว่าจะร้องให้คนข้างนอกช่วยดีนะจะได้ไปเรียนซะที แล้วก็เหนื่อยแล้วด้วยที่จะหายใจทางปากเนี่ย ผมว่ายน้ำไม่เก่งหรอกนะให้มาหายใจทางปากนานๆเนี่ย ทำไม่ค่อยได้หรอก คิดได้ดังนั้นก็พยายามแหกปากร้องเรียกให้คนข้างนอกที่ตามหา ‘ไอ้เหี้ยนั่น’ ได้ยิน แต่ก็เพราะมือใหญ่ที่ปิดปากอยู่เหมือนเดิมอีกแหละ มันเลยเล็ดออกไปแค่ ‘อื๊ออ อ๊า~’ อู้ๆอี้ๆ ฟังไม่รู้เรื่อง



“เฮ้ยๆๆ กูได้ยินเสียงจากห้องนี้”



ดีใจเบาๆที่คนข้างนอกได้ยิน เพราะฉะนั้นก็ยังร้องต่อไป แต่กลับฉุกคิดขึ้นมาได้อีกว่าถ้าคนข้างนอกเข้ามาเอาตัวไอ้โย่งนี่ไปแล้วเข้า ใจผิดนึกว่าเป็นพวกเดียวกันแล้วมาซ้อมเขาล่ะ?! เหลือบตาขึ้นไปมองคนตัวสูงก็เห็นสายตาแบบจะฆ่าเขาเสียให้ได้ส่งมาให้ แพคฮยอนก็เลยหยุดส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อคนจากด้านนอกพยายามหมุนลูกบิดเพื่อให้มันเปิดออก และอีกไม่นานคนกลุ่มนั้นก็คงคิดได้ว่าควรจะพังประตูเข้าไปมากกว่ามายืนหมุน ลูกบิดประตูอยู่แบบนี้



ชานยอลสบถเบาๆก่อนจะส่งสายตาอาฆาตมาให้อีกครั้ง แล้วลากคนตัวเล็กให้ไกลจากประตู



“ครางเดี๋ยวนี้”



“ห๊า?!” เกิดอาการงงกับคำสั่งของคนตรงหน้า ครางอะไร? ทำไมต้องครางด้วย?



“บอกให้ครางเดี๋ยวนี้” กดเสียงลงต่ำกว่าเดิม และเหลือกตาโตขึ้นกว่าเดิมเพื่อขู่ให้คนตัวเล็กทำตาม แพคฮยอนอยากจะร้องไห้เต็มทนกับคำสั่งอุจาดจากปากของคนไม่รู้จักข้างหน้า เกิดมายังไม่เคยโดนบังคับให้ทำอะไรอุบาทว์ๆแบบนี้มาก่อน คำสั่งที่หนักที่สุดที่เคยทำมาก็คงเป็นคัดคำว่า ‘ผมจะไม่ลืมทำการบ้านอีกแล้ว’ 100 จบ ตอนป.5 จากนั้นก็ไม่คิด...ไม่คิดเลยว่าจะโดนบังคับให้ทำอะไรที่มันใจร้ายมากๆแบบ นั้นอีกแล้ว....จนกระทั่งมาถึงวันนี้นี่แหละ พยอนแพคฮยอนอยากจะร้องไห้! T___T



“ค...ครางยังไง” แอ๊บไปอย่างนั้นแหละ ก็รู้อยู่หรอกหมายถึงครางอะไร แต่ขอถ่วงเวลาและทำใจหน่อยเถอะ



“ก็ครางเหมือนคนมันเอากันไง! ไม่เคยดูหนังโป๊รึไง!” ชานยอลชักสีหน้ามากกว่าเดิม และทำเสียงโหดมากกว่าเดิม ชักช้าอยู่ได้ ไอ้พวกข้างนอกมันจะพังประตูเข้ามาอยู่แล้ว แพคฮยอนก็อยากจะตอกกลับใส่หน้าไอ้โย่งข้างหน้าจริงๆว่า ‘หนังโป๊อะเคยดูเว้ย! แต่ไม่เคยทำ จะครางได้ยังไงล่ะวะ!!’



ปาร์คชานยอลอยากจะเป็นบ้ากับไอ้คนตัวเล็กข้างหน้าที่มันเอาแต่อืดอาดยืดยาดชัก ช้าไม่ยอมทำเสียงครางสักที ถ้าเกิดเสียงเขาไม่ใหญ่ทุ้มเบสขนาดนี้เขาก็ครางเองไปนานแล้ว ไม่ต้องมาพึ่งไอ้เตี้ยข้างหน้านี่หรอก ชักช้า! ก็เลยบีบต้นแขนเจ้าของห้องและทำหน้าโหดมากกว่าเดิมให้รีบส่งเสียง ‘อื้ออ๊า’ ถ้าพวกนั้นคิดว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงคนเอากันอยู่ก็คงจะหยุดถล่มประตูสักที



แล้วแพคฮยอนก็ไม่มีทางเลือกกับสายตาของร่างสูงที่ส่งมาให้ มันน่ากลัว...จับใจ...น่ากลัวกว่าครูฝ่ายปกครองตอนม.ปลายซะอีก เอาก็เอาวะ!!



อ๊ะ...อ๊า~



.



.



.



.......... ไอ้เหี้ยยยยยย!!! กูทำอะไรลงไป! T___T กูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไอ้โย่งนี่ก็จ้องอยู่ได้ เกิดมาไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อน นี่กูทำไปทำไม! ใครก็ได้บอกกูที โคตรเหมือนโดนพรากพรหมจรรย์ไปแล้วอย่างนั้นแหละ โอ้ยยย!! กูโคตรอาย!!! ชีวิตแม่งจบสิ้นแล้ว



ได้แต่ส่งสายตาอยากร้องไห้เต็มทนไปให้คนแปลกหน้า แต่มันไม่ยักจะเห็นใจ แถมยังทำหน้าตาข่มขู่พร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า



“ครางอีกสิ หยุดทำไม หรือจะต้องให้กูเอามึงจริงๆถึงจะครางได้” พูดพลางทำท่าจะจับคนตัวเล็กข้างหน้าโยนขึ้นเตียง



“อ๊า~ อ๊ะ...อ๊ะ อ๊า” รีบครางให้อย่างไวเลยจ้ะ ไม่ต้องถามว่าแพคฮยอนครางนานขนาดไหน และเยอะขนาดไหน เมื่อก่อนนึกภูมิใจกับเสียงตัวเองเพราะใครๆก็ชมว่าเสียงเพราะเสียงดี แต่วันนี้ความภูมิใจที่มีมันพังทลายลงไปหมดแล้วตั้งแต่เจอไอ้โย่งนี่ เพราะผมต้องครางไปเรื่อยๆจนคนข้างนอกมันเลิกทุบประตูมานั่งฟังผมครางและสุด ท้ายก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังจากกลุ่มคนข้างนอกพูดขึ้น



“ไอ้เหี้ย~ เสียวว่ะ! กูกลับไปเอาเมียที่บ้านก่อนนะ”



“เฮ้ยๆ รอกูด้วย ไปด้วย”



แล้วหลังจากนั้นความรู้สึกหนาแน่นที่กระจุกตัวอยู่หน้าห้องแพคฮยอนก็ได้หายไป และตอนนั้นมันก็คือเวลาที่แพคฮยอนหยุดคราง...คิดดูสิครับว่าผมต้องครางนาน แค่ไหน และไอ้คนข้างหน้ามันก็จ้องผมตลอดตั้งแต่ผมครางครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้าย และสิ่งที่ผมโคตรจะเสียใจที่สุดคือ...



เสียงครางของผมทำให้ผู้ชายหลายคนเกิดอารมณ์ทางเพศ!!!



ชีวิตผมมันจบแล้วล่ะครับ....มันจบสิ้นแล้ว....ชีวิตผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว T___T



“มึงก็ครางเก่งดีนะ เคยโดนเอาแล้วเหรอ?”



“..........” ช่วยผมคิดคำด่าให้ไอ้โย่งข้างหน้าทีครับ










KNOCK! KNOCK!…Who are you??











ตั้งแต่วันนั้นชีวิตผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะทุกครั้งที่ผมจะเข้าห้องและออกจากห้องผมรู้สึกตัวเองทำตัวเหมือนขโมย ขึ้นทุกวันคือ ผมจะมองซ้ายมองขวาและระแวงตลอดเวลาเหมือนใครจะจับได้ เพราะไอ้โย่งนั่นคนเดียวที่ทำให้ผมใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข และกรุณาเลยนะครับขอร้องเลย ว่าอย่าเอาเรื่องที่ผมครางมาแซวผม ถ้ารักน้องแพคฮยอน V8 ก็ช่วยทำตามและโหวตให้ผมเยอะๆนะครับ แล้วผมก็ลืมเรื่องวันนั้นไปหมดแล้วครับ ไม่ต้องสัมภาษณ์ครับ ไม่ต้อง



แล้วถ้าจะถามถึงไอ้เหี้ยโย่งนั่นล่ะก็ โอ๊ะ! ขอโทษครับที่หลุดคำหยาบ แต่มันชื่อไอ้เหี้ยโย่งครับ ผมบัญญัติขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเรียกนะครับ ไอ้เหี้ยโย่งนั่นมันแค่เปิดประตูห้องผมแล้วมองซ้ายมองขวาทีแล้วก็หันกลับมา มองหน้าผมนิ่งๆทีนึง แล้วก็ออกไปเลยครับ ไม่มีคำขอบคุณสักแอะทั้งๆที่มันทำให้ชีวิตผมป่นปี้และมีตราบาปแท้ๆ แล้ววันนั้นผมก็ต้องโดดเรียนด้วย แต่ช่างมันเถอะครับ มันจะไปตายที่ไหนก็ไปผมไม่สน ผมไม่แคร์ ผมไม่รู้จักมัน



“แพคฮยอน นายคุยกับใครอะ?” โดคยองซูเพื่อนร่วมไซส์พยอนแพคฮยอนถามด้วยสีหน้าตกใจตลอดเวลา หลังจากเห็นเพื่อนตัวเองนั่งยองๆลูบขนห่านของคณะเกษตรแล้วบ่นอะไรพึมพำๆด้วย สีหน้าดุจนางร้ายละครแล้วจิกสายตาไปยังคลองข้างหน้า



“อ๋อ~ เปล่า” เงยหน้าขึ้นมองแล้วลุกขึ้นมาตบฝุ่นออกจากตัวเบาๆ “ไปกันยังอะ?”



“อือๆ เสร็จแล้ว ไปดิ”



คยองซูเป็นเพื่อนสนิทของผม เอาจริงๆก็ยังไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่หรอกก่อนหน้านี้ แต่เพราะว่าที่มหา’ลัยนี้ไม่มีเพื่อนสมัยม.ปลายอยู่เลย มีแต่คยองซูคนเดียว ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าสนิทกัน
 
 
 
วันนี้คยองซูจะมานอนที่หอผมหนึ่งวัน ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นแหละ ก็แค่อยากหาคนมานอนเป็นเพื่อนเฉยๆ มีปัญหามั้ยล่ะ?



เพราะหอของผมอยู่หน้ามหา’ลัย เลยไม่ต้องต่อรถอะไรทั้งนั้น แค่เดินเอาไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว ผมเดินนำคยองซูมาเรื่อยๆจนมาถึงหน้าปากซอยทางเข้าหอ ซึ่งอีกไม่กี่เมตรก็จะถึงห้องผมแล้วแต่คยองซูบอกว่าขอซื้อของอะไรในเซเว่นก่อน ผมก็ไม่ขัดอะไรแล้วก็เดินเข้าห้องไปก่อน และเพราะว่าเดี๋ยวคยองซูจะตามเข้ามา ผมเลยไม่ได้ล็อกห้อง



‘ก๊อก ก๊อก’



“เข้ามาเลยไม่ได้ล็อก”



‘คลิก’



“คยองซู นา....เหยออ~!” เสียงล็อกประตูดังขึ้น ก่อนที่ผมจะหันกลับไปกะจะถามคยองซูว่าจะไปกินข้าวที่ไหน แต่ก็ต้องตกใจเหมือนไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อคนที่เข้ามาไม่ใช่คยองซู!!



“มึงนี่ก็ใจง่ายดีนะ เคยเจอกูแค่ครั้งเดียวก็ให้เข้